<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[วันสำคัญทางศาสนา]]></title>
<link>https://nyk.onab.go.th/th/content/category/index/id/73</link>
<atom:link href="https://nyk.onab.go.th/th/content/category/index/id/73" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วันเข้าพรรษา]]></title>
<link>https://nyk.onab.go.th/th/content/category/detail/id/73/iid/463</link>
<guid isPermaLink="false">c2ec8d8f7ebb7ee6ff71fd6e7da43e65</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p align="left"><b>&quot;เข้าพรรษา&quot;</b>&nbsp;แปลว่า &quot;พักฝน&quot; หมายถึง พระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่ประจำ ณ วัดใดวัดหนึ่งระหว่างฤดูฝน โดยเหตุที่พระภิกษุในสมัยพุทธกาล มีหน้าที่จะต้องจาริกโปรดสัตว์ และเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนแก่ประชาชนไปในที่ต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีที่อยู่ประจำ แม้ในฤดูฝน ชาวบ้านจึงตำหนิว่าไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่น ๆ จนเสียหาย พระพุทธเจ้าจึงทรงวางระเบียบการจำพรรษาให้พระภิกษุอยู่ประจำที่ตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน โดยแบ่งเป็น</p>

<p align="left">&nbsp;</p>

<p align="left">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<b>- ปุริมพรรษา หรือ วันเข้าพรรษาแรก</b>&nbsp;เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี หรือถ้าปีใดมีเดือน 8 สองครั้ง ก็เลื่อนมาเป็นวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 หลัง และออกพรรษาในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11<br />
<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<b>&nbsp; -&nbsp;</b><b>ปัจฉิมพรรษา หรือ วันเข้าพรรษาหลัง&nbsp;</b>เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 9 จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12<br />
<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<b>&nbsp;&nbsp;</b>อย่างไรก็ตาม หากมีกิจธุระ คือเมื่อเดินทางไปแล้วไม่สามารถจะกลับได้ในวันเดียวนั้น ก็ทรงอนุญาตให้ไปแรมคืนได้ คราวหนึ่งไม่เกิน 7 คืน เรียกว่า &quot;สัตตาหะ&quot; หากเกินกำหนดนี้ถือว่าไม่ได้รับประโยชน์แห่งการจำพรรษา จัดว่าพรรษาขาด<br />
<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<b>&nbsp;&nbsp;</b><b>สำหรับข้อยกเว้นให้ภิกษุจำพรรษาที่อื่นได้ โดยไม่ถือเป็นการขาดพรรษา เว้นแต่เกิน 7 วัน ได้แก่</b></p>

<p><br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 1. การไปรักษาพยาบาลภิกษุ หรือบิดามารดาที่เจ็บป่วย<br />
<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2. การไประงับภิกษุสามเณรที่อยากจะสึกมิให้สึกได้<br />
<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 3. การไปเพื่อกิจธุระของคณะสงฆ์ เช่น การไปหาอุปกรณ์มาซ่อมกุฏิที่ชำรุด<br />
<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 4. หากทายกนิมนต์ไปทำบุญ ก็ไปฉลองศรัทธาในการบำเพ็ญกุศลของเขาได้<br />
<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; นอกจากนี้หากระหว่างเดินทางตรงกับวันหยุดเข้าพรรษาพอดี พระภิกษุสงฆ์เข้ามาทันในหมู่บ้านหรือในเมืองก็พอจะหาที่พักพิงได้ตามสมควร แต่ถ้ามาไม่ทันก็ต้องพึ่งโคนไม้ใหญ่เป็นที่พักแรม ชาวบ้านเห็นพระได้รับความลำบากเช่นนี้ จึงช่วยกันปลูกเพิง เพื่อให้ท่านได้อาศัยพักฝน รวมกันหลาย ๆ องค์ ที่พักดังกล่าวนี้เรียกว่า &quot;วิหาร&quot; แปลว่า ที่อยู่สงฆ์ เมื่อหมดแล้ว พระสงฆ์ท่านออกจาริกตามกิจของท่าน ครั้งถึงหน้าฝนใหม่ท่านก็กลับมาพักอีก เพราะสะดวกดี แต่บางท่านอยู่ประจำเลย บางทีเศรษฐีมีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา ก็เลือกหาสถานที่สงบเงียบไม่ห่างไกลจากชุมชนนัก สร้างที่พัก เรียกว่า &quot;อาราม&quot; ให้เป็นที่อยู่ของสงฆ์ดังเช่นปัจจุบันนี้&nbsp;<br />
<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทั้งนี้ โดยปกติเครื่องใช้สอยของพระตามพุทธานุญาตให้มีประจำตัวนั้น มีเพียงอัฐบริขาร อันได้แก่ สบง จีวร สังฆาฏิ เข็ม บาตร รัดประคด หม้อกรองน้ำ และมีดโกน และกว่าพระท่านจะหาที่พักแรมได้ บางทีก็ถูกฝนต้นฤดูเปียกปอนมา ชาวบ้านที่ใจบุญจึงถวายผ้าอาบน้ำฝนสำหรับให้ท่านได้ผลัดเปลี่ยน และถวายของจำเป็นแก่กิจประจำวันของท่านเป็นพิเศษในวันเข้าพรรษา นับเป็นเหตุให้มีประเพณีทำบุญเนื่องในวันนี้สืบมา</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nyk.onab.go.th/th/file/get/file/202007301ec3e7af38e33222bde173fecaef6bfa103325.jpg' type='image/jpg' length='381268' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วันวิสาขบูชา]]></title>
<link>https://nyk.onab.go.th/th/content/category/detail/id/73/iid/464</link>
<guid isPermaLink="false">c77de94c3a3a7639e066ec88342864e4</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-family:THSarabunNew;">&quot;วิสาขบูชา&quot; หมายถึงการบูชาในวันเพ็ญเดือน ๖ วิสาขบูชา ย่อมาจาก &quot; วิสาขปุรณมีบูชา &quot; แปลว่า &quot; การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ &quot; ถ้าปีใดมีอธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองหน ก็เลื่อนไปเป็นกลางเดือน ๗&nbsp;เป็นวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญที่สุดในศาสนาพุทธ&nbsp;3 เหตุการณ์ด้วยกัน คือ การประสูติ ตรัสรู้&nbsp;และปรินิพพานของพระโคตม&nbsp;โดยทั้งสามเหตุการณ์ได้เกิด ณ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือวันเพ็ญแห่งเดือนวิสาขะ (ต่างปีกัน) ชาวพุทธจึงถือว่า เป็นวันที่รวมเกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ยิ่ง&nbsp;</span></p>

<p><span style="font-family:THSarabunNew;">วันวิสาขบูชา ถือได้ว่าเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากล เพราะชาวพุทธทุกนิกายจะพร้อมใจกันจัดพิธีพุทธบูชาในวันนี้พร้อมกันทั่วทั้งโลก&nbsp;และด้วยเหตุนี้ การประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติจึงยกย่องให้วันวิสาขบูชาเป็น &quot;วันสำคัญสากล&quot; (International Day) ตามข้อมติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่ 54/112 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2542&nbsp; ปัจจุบัน ประเทศไทยได้ประกาศให้วันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดราชการ โดยพุทธศาสนิกชนทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ พระสงฆ์ และประชาชน จะมีการประกอบพิธีต่าง ๆ เช่น การตักบาตร&nbsp;การฟังพระธรรมเทศนา&nbsp;การเวียนเทียน&nbsp;เป็นต้น เพื่อเป็นการบูชารำลึกถึงพระรัตนตรัยและเหตุการณ์สำคัญ 3 เหตุการณ์ดังกล่าว ที่ถือได้ว่าเป็นวันคล้ายวันที่ &quot;ประสูติ&quot; ของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาได้ &quot;ตรัสรู้&quot; เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงประกอบไปด้วย &quot;พระบริสุทธิคุณ&quot;, &quot;พระปัญญาคุณ&quot; ผู้ซึ่งได้ทรงสั่งสอนประกาศพระสัจธรรม คือ ความจริงของโลก แก่ชนทั้งปวงโดย &quot;พระมหากรุณาธิคุณ&quot; จวบจนทรง &quot;เสด็จดับขันธปรินิพพาน&quot; ในวาระสุดท้าย ทั้งสามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องในวันเพ็ญเดือน 6 นี้ทำให้พระพุทธศาสนาได้บังเกิดและสืบต่อมาอย่างมั่นคงจนถึงปัจจุบัน</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://nyk.onab.go.th/th/file/get/file/20200730c8ffe9a587b126f152ed3d89a146b445103353.jpg' type='image/jpg' length='231930' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วันมาฆบูชา]]></title>
<link>https://nyk.onab.go.th/th/content/category/detail/id/73/iid/465</link>
<guid isPermaLink="false">93f11703b1c5966c844dd3090c9311ac</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><b>&quot;มาฆะ&quot;</b>&nbsp;เป็นชื่อของเดือน ๓ มาฆบูชานั้น ย่อมาจากคำว่า&quot;มาฆบุรณมี&quot; แปลว่า การบูชาในวันเพ็ญกลางเดือนมาฆะตามปฏิทินอินเดีย&nbsp;หรือการบูชาพระในวันเพ็ญเดือน ๓ ตามปฏิทินจันทรคติของไทย (ตกช่วงเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม)&nbsp;วันมาฆบูชาจึงตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ แต่ถ้าปีใดมีเดือนอธิกมาส คือมีเดือน ๘ สองครั้ง วันมาฆบูชาก็จะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ จัดเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในวันพุทธศาสนา คือวันที่มีการประชุมสังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ในพุทธศาสนา ที่เรียกว่า &quot;จาตุรงคสันนิบาต&quot;&nbsp;และเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงโอวาทปฎิโมกข์&nbsp;อันเป็นหลักคำสอนสำคัญที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาแก่พระสงฆ์สาวกเป็นครั้งแรก&nbsp;เพื่อวางจุดหมาย หลักการ และวิธีการ ในการเข้าถึงพระพุทธศาสนาแก่พระอรหันตสาวกและพุทธบริษัททั้งหลาย เป็นพระพุทธพจน์ 3 คาถากึ่ง ท่ามกลางมหาสังฆสันนิบาต&nbsp;ณ เวฬุวันวิหาร กรุงราชคฤห์ เพื่อให้พระสงฆ์นำไปประพฤติปฏิบัติเพื่อจะยังพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป&nbsp;โดยมีใจความดังนี้</p>

<ul>
	<li>พระพุทธพจน์คาถาแรกทรงกล่าวถึง&nbsp;<b>พระนิพพาน</b>&nbsp;ว่าเป็นจุดมุ่งหมายหรืออุดมการณ์อันสูงสุดของบรรพชิตและพุทธบริษัท อันมีลักษณะที่แตกต่างจากศาสนาอื่น ดังพระบาลีว่า&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &quot;นิพฺพานํ ปรมํ วทนฺติ พุทฺธา&quot;</li>
	<li>พระพุทธพจน์คาถาที่สองทรงกล่าวถึง &quot;วิธีการอันเป็นหัวใจสำคัญเพื่อเข้าถึงจุดมุ่งหมายของพระพุทธศาสนาแก่พุทธบริษัททั้งปวงโดยย่อ&quot;&nbsp; คือ การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การบำเพ็ญแต่ความดี และการทำจิตของตนให้ผ่องใสเป็นอิสระจากกิเลสทั้งปวง ส่วนนี้เองของโอวาทปาฏิโมกข์ที่พุทธศาสนิกชนมักท่องจำกันไปปฏิบัติ ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งคาถาในสามคาถากึ่งของโอวาทปาฏิโมกข์</li>
	<li>ส่วนพระพุทธพจน์คาถาสุดท้าย ทรงกล่าวถึงหลักการปฏิบัติของพระสงฆ์ผู้ทำหน้าที่เผยแผ่พระศาสนา 6 ประการ คือ การไม่กล่าวร้ายใคร, การไม่ทำร้ายใคร , การมีความสำรวมในปาติโมกข์ทั้งหลาย, การเป็นผู้รู้จักประมาณในอาหาร ,การรู้จักที่นั่งนอนอันสงัด และบำเพ็ญเพียรในอธิจิต</li>
</ul>

<p><strong>เหตุการณ์สำคัญ</strong></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; ๑.&nbsp;เป็นวันที่ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า จำนวน ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมพร้อมกันที่เวฬุวันวิหารในกรุงราชคฤห์ โดยมิได้นัดหมาย<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; ๒.&nbsp;พระภิกษุสงฆ์เหล่านี้ล้วนเป็น &quot;เอหิภิกขุอุปสัมปทา&quot; คือเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; ๓.&nbsp;พระภิกษุสงฆ์ทุกองค์ที่ได้มาประชุมในครั้งนี้ ล้วนแต่เป็นผุ้ได้บรรลุพระอรหันต์แล้วทุกๆ องค์<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; ๔.&nbsp;เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงกำลังเสวยมาฆฤกษ</p>

<p><strong>การปฏิบัติตนของพุทธศาสนิกชนที่พึงกระทำในวันมาฆบูชา</strong></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>ช่วงเช้า</strong>&nbsp; การทำบุญตักบาตรในตอนเช้า หรือจัดหาอาหารคาวหวานไปทำบุญฟังเทศน์ที่วัด หลังเสร็จพิธีสงฆ์เข้าร่วมการฟังพระแสดงพระธรรมเทศนา<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong>ช่วงค่ำ</strong>&nbsp; &nbsp;ประกอบพิธีเวียนเทียนรอบพระอุโบสถพร้อมกับพระภิกษุสงฆ์ โดยเจ้าอาวาสจะนำว่า นะโม ๓ จบ จากนั้นกล่าวคำถวายดอกไม้ธูปเทียน โดยเดินเวียนทางด้านขวาและให้ระลึกถึง&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp; พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ จนครบ ๓ รอบ แล้วนำดอกไม้ ธูปเทียนไปปักบูชา</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nyk.onab.go.th/th/file/get/file/202007303c5c0fc95b7ad1a6a885caa0a84a41f4103247.jpg' type='image/jpg' length='73221' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วันอาฬาหบูชา]]></title>
<link>https://nyk.onab.go.th/th/content/category/detail/id/73/iid/466</link>
<guid isPermaLink="false">b5b92e6dba9cb9f3ab12b56b1e2a5be1</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ นับเป็นวันที่สำคัญในประวัติศาสตร์แห่งพระพุทธศาสนา คือวันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเทศนาหรือหลักธรรมที่ทรงตรัสรู้เป็นครั้งแรกแก่เบญจวัคคีย์ทั้ง ๕&nbsp;ณ มฤคทายวัน ตำบลอิสิปตนะ เมืองพาราณสี ในชมพูทวีปสมัยโบราณ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย&nbsp;กล่าวคือดินแดนแห่งธรรม เมื่อ ๒๕๐๐ กว่าปีมาแล้วนั้น ชมพูทวีปในสมัยโบราณกำลังย่างเข้าสู่ยุคใหม่แห่งความเจริญก้าวหน้ารุ่งเรืองเฟื่องฟูทุกด้านและมีคนหลายประเภท ทั้งชนผู้มั่งคั่งร่ำรวย นักบวชที่พัฒนาความเชื่อและข้อปฏิบัติทางศาสนา เพื่อให้ผู้ร่ำรวยได้ประกอบพิธกรรมแก่ตนเต็มที่ ผู้เบื่อหน่ายชีวิตที่วนเวียนในอำนาจและโภคสมบัติที่ออกบวช หรือบางพวกก็แสวงหาคำตอบที่เป็นทางรอกพ้นด้วยการคิดปรัชญาต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่เหลือวิสัยและไม่อาจพิสูจน์ได้บ้าง พระพุทธเจ้าจึงทรงอุบัติในสภาพเช่นนี้ และดำเนินชีพเช่นนี้ด้วยแต่เมื่อทรงพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นขาดแก่นสาน ไม่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริงแก่ตนเองและผู้อื่นจึงทรงคิดหาวิธีแก้ไขด้วยการทดลองต่างๆ โดยละทิ้งราชสมบัติ และอิสริยศแล้วออกผนวชบำเพ็ญตนนานถึง ๖ ปี ก็ไม่อาจพบทางแก้ได้ ต่อมาจึงได้ทางค้นพบ มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง เมื่อทรงปฏิบัติตามมรรคานี้ก็ได้ค้นพบสัจธรรมที่นำคุณค่าแท้จริงมาสู่ชีวิตอันเรียกว่า อริยสัจ ๔ ประการ ในวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๔๕&nbsp;ปี ที่เรียกว่า&nbsp;<strong>การตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า</strong>&nbsp;จากนั้นทรงงานประกาศศาสนาโดยทรงดำริหาทางที่ได้ผลดีและรวดเร็ว คือ เริ่มสอนแก่ผู้มีพื้นฐานภูมิปัญญาดีที่รู้แจ้งคำสอนได้อย่างรวดเร็วและสามารถนำไปชี้แจงอธิบาย ให้ผู้อื่นเข้ามาได้อย่างกว้างขวาง จึงมุ่งไปพบนักบวช ๕ รูป หรือปัญจวัคคีย์ และได้แสดงธรรมเทศนาเป็นครั้งแรกในวันเพ็ญ เดือน ๘ โดยธรรมเทศนาที่ทรงแสดงครั้งแรกจึงได้ชื่อว่า&nbsp;<strong>&quot;ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร&quot;</strong>&nbsp;แปลว่า พระสูตรแห่งการหมุนวงล้อธรรม หรือพระสูตรแห่งการแผ่ขยายธรรมจักร ต่อมาเรียกวันนี้ว่า <strong>วัน</strong><b>อาสาฬหบูชา</b></p>

<p><b>&quot;อาสาฬหบูชา&quot;</b>&nbsp;สามารถอ่านได้ ๒&nbsp;แบบ คือ อา-สาน-หะ-บู-ชา หรือ อา-สา-ละ-หะ-บู-ชา ซึ่งจะประกอบด้วยคำ ๒&nbsp;คำ คือ อาสาฬห ที่แปลว่า เดือน ๘&nbsp;ทางจันทรคติ กับคำว่า บูชา ที่แปลว่า&nbsp; &nbsp; &nbsp; การบูชา เมื่อนำมารวมกันจึงแปลว่า การบูชาในเดือน ๘&nbsp;หรือการบูชาเพื่อระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในเดือน ๘&nbsp;<br />
<b>วันอาสาฬหบูชา&nbsp;</b>คือวันที่พระพุทธเจ้าด้ทรงประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก หลังจากตรัสรู้ได้ ๒&nbsp;เดือน โดยแสดงปฐมเทศนาโปรดพระปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕&nbsp;ได้แก่ พระโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสชิ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นมคธ จนพระอัญญาโกณฑัญญะได้บรรลุธรรมและขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp; จึงถือว่าวันนี้มีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์ครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์&nbsp;ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนพุทธศักราช ๔๕&nbsp;ปี</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nyk.onab.go.th/th/file/get/file/202007301887076f0802c7e0197f5e1266bebc84103443.jpg' type='image/jpg' length='83845' />
</item>
</channel>
</rss>
