Get Adobe Flash player

ผู้ปฎิบัติหน้าที่

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ

สมเด็จพระสังฆราช

สกลมหาสังฆปริณายก

สื่อประชาสัมพันธ์"คนไทยไม่โกง"

สมเด็จพระบรมฯ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันมาฆบูชา

สมเด็จพระบรมฯเสด็จฯ แทนพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันมาฆบูชา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2558 เวลา 17.49 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ แทนพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล และทรงสดับพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 เนื่องในวันมาฆบูชา ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง


าฆบูชาวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

วันมาฆบูชา เป็นวันที่พุทธเจ้าทรงประกาศความรักอันบริสุทธิ์ต่อสัตว์โลกทั้งปวง ในโอวาทปาติโมกข์ที่ทรงแสดงธรรมซึ่งเป็นเครื่องชี้นำชีวิตสัตว์โลกให้สวัสดีมีสุข ตั้งแต่ความสุขที่เล็กน้อยจนถึงความสุขที่ยิ่งใหญ่ซึ่งสอนให้ทุกคนตั้งมั่นในการทำความดี ละเว้นความชั่ว ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน นั่นก็คือ สอนให้ทุกคนมีความรักที่บริสุทธิ์ ไม่เห็นแก่ตัว มีเมตตาและเอื้อเฟื้อต่อเพื่อนมนุษย์ อันจะส่งผลให้คนในสังคมที่มีความแตกต่างกันทั้งในด้าน เพศ การศึกษา เชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยความรัก ความสมานฉันท์ เป็นสังคมที่มีความสุขสงบและสันติ

วันมาฆบูชา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ กลางเดือน 3 หรือประมาณราวเดือนกุมภาพันธ์ แต่หากเป็นปีอธิกมาส (ปีที่มีเดือน 8 สองหน) วันมาฆบูชาจะเลื่อนไปเป็น วันขึ้น 15 ค่ำกลางเดือน 4 ประมาณช่วงเดือนมีนาคมหรือเรียกว่าวัน “มาฆปุรณมีบูชา” แปลว่า การบูชาพระในวันเพ็ญเดือน 3 และยังมีเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 2,500 กว่าปีที่มาบรรจบกัน 4 ประการ หรือที่เรารู้จักกันดีว่า “จาตุรงคสันนิบาต” อันเป็นประดุจการปฐมนิเทศในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการนั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นปรากฏการณ์มหัศจรรย์ที่โลกต้องจารึก เพราะเป็นการประชุมของเหล่าสาวก และเป็นครั้งแรกที่มีการประชุมเพื่อรับฟังทิศทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นพร้อมกัน 4 ประการ ได้แก่ตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งพระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ และเป็นวันที่มีพระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ เพื่อสักการะพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารวมไปถึงเป็นวันที่พระสงฆ์ที่มาประชุมทั้งหมดล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา 6 ตลอดจน พระสงฆ์ทั้งหมดได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้า หรือเรียกว่า “เอหิภิกขุอุปสัมปทา” เพราะเกิดเหตุอัศจรรย์ 4 ประการข้างต้นวันมาฆบูชาจึงเป็นอีกวันหนึ่งของพระพุทธศาสนาที่น่ายกย่องและให้ความสำคัญ

ในวันมาฆบูชานี้พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรม “โอวาทปาฏิโมกข์” คือ การละเว้นความชั่ว ทำดี ทำจิตใจให้ผ่องใสเพื่อให้เกิดความหลุดพ้นจากกิเลศทั้งปวง ประกอบไปด้วยหลักการ 3 อุดมการณ์ 4 และวิธีการ 6 ถือเป็นหลักธรรมที่ควรนำมาปฏิบัติในการใช้ชีวิตนั่นคือการไม่ทำบาปทั้งปวง อาทิ การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต การลักทรัพย์ หรือแม้แต่การอาฆาตพยาบาทให้ร้ายผู้อื่น หมั่นทำบุญทำกุศลการให้ทานมีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และทำจิตใจให้ผ่องใสบริสุทธิ์ หลุดพ้นจากนิวรณ์หรือกิเลสที่คอยขัดขวางจิตใจไม่ให้เข้าถึงความสงบ ได้แก่ ความพอใจในกาม, ความพยาบาท, ความหดหู่ท้อแท้, ความฟุ้งซ่าน และความลังเลสงสัยในเรื่องที่ทำให้จิตใจเป็นสงบ หลักการที่ได้กล่าวมาข้างต้นจึงสรุปได้ว่าพระพุทธเจ้าทรงสอนให้ “ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์” เพื่อป้องกันและแก้ปัญหาต่างๆ ในชีวิตนั่นเอง

หน้าที่ของพุทธศาสนิกชนที่พึงปฏิบัติตนในวันมาฆบูชาควรไปทำบุญตักบาตร ไปวัดเพื่อฟังพระธรรมเทศนา หรือจัดสำรับคาวหวานไปทำบุญถวายภัตตาหาร ช่วงบ่ายฟังพระแสดงพระธรรมเทศนา เจริญสมาธิภาวนา เมื่อถึงตอนค่ำ นำดอกไม้ ธูปเทียนไปเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ โดยจะเวียนขวา จำนวน 3 รอบ และช่วงเวลาที่เดินอยู่นั้นให้ระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ นอกจากนี้พุทธศาสนิกชนควรบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ตามสถานที่ต่างๆ และรักษาศีล สำหรับตามบ้านเรือน สถานที่ราชการ จะมีการประดับธงชาติ ธงธรรมจักร เพื่อระลึกถึงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

ที่มา..